วันพุธที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

การจัดการไฟล์และโฟล์เดอร์

1.  การจัดการไฟล์และโฟลเดอร์
1.1 ไฟล์ และโฟลเดอร์
            ไฟล์ (File) คือส่วนที่ใช้สำหรับเก็บข้อมูลต่าง ๆ เป็นไฟล์ ซึ่งจะมีหลายชนิด เช่น ไฟล์เก็บตัวอักษร ก็จะเป็นไฟล์  Text Document หรือไฟล์ของโปรแกรมก็จะเป็น Application อย่างเช่น  ไฟล์เอกสาร Word ไฟล์นำเสนอ PowerPoint และไฟล์อื่น ๆ อีกมากมายตามชนิดของข้อมูลนั้น ๆ เรียกง่าย ๆ ว่าเอกสาร
         โฟลเดอร์ (Folder) คือส่วนที่ทำการสร้างขึ้นมาพิเศษ  สำหรับแยกเก็บไฟล์ต่าง ๆ เพื่อความเป็นระเบียบ แต่มองภาพง่าย ๆ คล้ายกับแฟ้มที่ใช้เก็บเอกสาร นอกจากจะเป็นแฟ้ม อีก ก็ยังสามารถเป็นตู้  เก็บแฟ้ม เก็บเอกสารอีกที่หนึ่ง นอกจากนี้ภายในโฟลเดอร์ ก็ยังสามารถสร้างโฟลเดอร์ย่อย ลึกลงไปอีกหลาย ๆ ชั้นลงไปได้อีกด้วยเพื่อให้สามารถแยกสัดส่วนการเก็บให้เป็นระเบียบได้มากขึ้น  เช่นโฟลเดอร์ของ Windows ก็จะเก็บไฟล์ต่าง ๆ ที่เป็นระบบของ Windows  การจัดการกับไฟล์และโฟลเดอร์นี้ หรือจะเรียกง่าย ๆ ว่าการสร้าง การเปลี่ยนชื่อ การก็อปปี้ การย้าย การลบ แต่ก่อนอื่นเราต้องทราบว่าภายในเครื่องของเรามีไฟล์ หรือโฟลเดอร์อะไรอยู่บ้าง และจะจัดการย้าย ลบ หรือก็อปปี้ ข้อมูลเหล่านี้ได้อย่างไร ภายในเครื่องคอมพิวเตอร์ ที่ใช้ สำหรับเก็บข้อมูล เริ่มต้นจากการดับเบิลคลิกที่  My Computer เพื่อดูทั้งหมดโดยรวมก่อน

            จากรูป จะเห็นว่าใน My Computer จะประกอบด้วยทรัพยากรต่าง ๆ  ของเครื่องดังนี้ local Disk (C:) คือฮาร์ดดิสก์พาร์ติชันแรก  จะมีชื่อเรียกว่าเป็น Drive C:
         
      • Local  Disk (D:) คือฮาร์ดดิสก์พาติชันที่สอง จะมีชื่อเรียกว่าเป็น  Drive D:
      • 3.5 Floppy (A:) คือ Floppy Disk Drive สำหรับใช้งานกับแผ่น Floppy  Disk
      • CD-RW  Drive (E:) CD-ROM Drive (E:) คือไดร์ฟของ ซีดีรอม
      • ไดร์ฟ อื่น ๆ อีก อย่างเช่น Handy Drive หรือ thumb Drive ไว้เก็บข้อมูลไปไหน มาไหน โดยมีความจุเยอะกว่า Floppy Disk หรือ Drive ของกล้อง  จะมีสัญลักษณ์ของกล้องมาให้เห็นในส่วนนี้
  วิธีการดู ขนาดของแต่ละ Drive ให้คลิกขวาที่ Drive ต้องการดูแล้วเลือก Properties หากต้องการที่จะดูรายละเอียดของไฟล์หรือโฟลเดอร์ที่มีอยู่ในไดร์ฟต่าง ๆ ก็สามารถทำได้ โดยการกดดับเบิลคลิก เข้าไปในไดร์ฟที่ต้องการ  เช่น Drive D: จะเห็นรายละเอียดของไฟล์และโฟลเดอร์ต่าง ๆ
 
1.2 การสร้างโฟลเดอร์ การเปลี่ยนชื่อ และการลบ
 
การสร้าง
ด้านซ้ายในหน้าต่าง  Task Pane คลิก Make a new folder เพื่อสร้าง โฟลเดอร์ใหม่ ชื่อโฟลเดอร์ที่ส้รางขึ้นมาใหม่จะมีชื่อ ว่า New folder
การเปลี่ยนชื่อ 
คลิกเลือก Folder ที่ต้องการตั้งเปลี่ยนชื่อ แล้วคลิกด้านซ้ายเลือกคำสั่ง Rename this folder หรือกดปุ่ม F 2 ที่คีย์บอร์ด


การลบ
ให้คลิกเลือก Folder ที่ต้องการลบด้านซ้ายคลิกเลือก Delete ที่คีย์บอร์ด
 
 
       1.3   หลักเกณฑ์การตั้งชื่อไฟล์ และโฟลเดอร์
              
การตั้งชื่อไฟล์และโฟลเดอร์นั้น สามารถตั้งชื่อได้ตามที่ต้องการว่า  อยากจะใช้ชื่ออะไรเป็นชื่อของไฟล์ แต่ไม่ควรที่จะตั้งชื่อที่ยากต่อการจดจำ  และไม่สัมพันธ์กับงานที่จัดเก็บ การตั้งชื่อไฟล์และโฟลเดอร์นั้นจะมีให้ตั้งทุกครั้งที่มีการสร้างไฟล์ใหม่  และเปลี่ยนชื่อไฟล์ เกณฑ์การตั้งชื่อในระบบวินโดวส์สามารถตั้งชื่อไฟล์ หรือโฟลเดอร์ได้ โดยมีเกณฑ์ในการตั้งชื่อดังนี้

     1. ชื่อไฟล์สามารถตั้งชื่อให้ยาวได้ถึง  256 ตัวอักษร
     2. ในชื่อของไฟล์หรือโฟลเดอร์นั้นเว้นวรรคได้
     3. ห้ามมีเครื่องหมาย / \ : * ? < > |
     4. ห้ามตั้งชื่อซ้ำกับไฟล์ หรือโฟลเดอร์เดิมที่มีอยู่แล้วไม่ต้องมีนามสกุล

User Accounts



ตามปรกติแล้วแต่ละเครื่องจะมี Account ผู้ใช้งานประจำเครื่องอย่างน้อย 1 account เสมอครับ (เหมือนกับบน windows) ถ้าเป็นเครื่องส่วนตัวเราจะไม่ค่อยได้มาตรงส่วนนี้เท่าไหร่ ถ้าเราใช้งานคนเดียวบนเครื่อง account เราก็จะเป็นชื่อของเรา และได้สิทธิ์เป็น admin ให้จัดการทรัพยากรของเครื่องได้ทั้งหมด
แต่สำหรับเครื่องในบริษัท หรือเครื่องที่มีผู้ใช้งานหลายคนร่วมกันนั้น การสร้าง account ให้เหมาะสมกับการใช้งานของแต่ละคนเป็นสิ่งที่สามารถทำได้ (และควรกระทำด้วยครับ เพื่อการบริหารจัดการทรัพยากรภายในเครื่องเราครับ
โดยเครื่องที่มีมากกว่า 1 account นั้น ปรกติค่า setting ต่าง ๆ ของแต่ละ account จะแยกจากกันได้โดยอิสระ เช่น

  • โปรแกรมต่าง ๆ
  • ขนาด font ข้อความ
  • ภาพพื้นหลัง desktop
  • รวมไปถึง setting เฉพาะกิจต่าง ๆ ตามแต่ผู้ใช้งานแต่ละคนจะเลือกตั้งเอาไว้ (พูดให้ง่ายคือ ของใครของมันครับ ไม่เกี่ยวกัน)
เครื่องที่มีผู้ใช้งานมากกว่า 1 คนขึ้นไป ผู้ที่เป็นเจ้าของเครื่อง หรือ ผู้ใช้งานระดับ admin สามารถสร้าง account ใหม่ขึ้นมาให้กับผู้ใช้แต่ละคนได้ ซึ่งการทำแบบนี้มีข้อดีคือ
  1. ช่วยให้บริหาร file / folder ภายในเครื่องสะดวกขึ้น เช่น ป้องกันการเข้าถึงไฟล์ที่เจ้าของเครื่อง/admin ไม่ต้องการให้ผู้ใช้งานคนอื่นบนเครื่องเข้าถึง หรือใช้งานไฟล์นั้น ๆได้ เพราะเอกสารของแต่ละ account จะแยกจากกัน ยกเว้นบาง folder เช่น public folder / shared folder ที่จะมองเห็นร่วมกันเท่านั้น (หรือจะกำหนดสิทธิ์พิเศษให้มองเห็น folder ต่าง ๆ เป็นกรณีไปก็ทำได้)
  2. ป้องกันความเสียหายจาก user อื่นไม่ให้มาซนกับไฟล์ของ admin หรือไฟล์ของระบบ
  3. admin สามารถจำกัดสิทธิ์การใช้งานของ user อื่น ๆ บนเครื่องได้ เช่น ผู้ปกครองสามารถสร้าง account ให้บุตรหลานใช้งานบนเครื่องเดียวกัน แล้วยังกำหนดระยะเวลาให้เล่น internet ได้ถึง 4 ทุ่มของทุกวันเท่านั้น เป็นต้น
ไปที่ System Preference เลือก Accounts
001-_3.jpg
เราจะเห็นหน้าต่างแสดงรายชื่อบัญชีผู้ใช้หรือว่า Account ที่มีอยู่ในเครื่อง 
002-_3.jpg
ตรงนี้จะบอกเราว่า ขณะนี้ในเครื่องของเรามี บัญชีผู้ใช้ (account) ของใครอยู่ในเครื่องบ้าง
  • My Account - คือ account ของเราเอง ดูสถานะได้จากใต้ชื่อ ใครที่มีสถานะเป็น Admin จะสามารถปรับเปลี่ยนระบบต่าง ๆ ได้
  • Other Accounts - คือ บัญชีผู้ใช้อื่น ๆ ที่ admin สามารถสร้างเพิ่ม หรือว่าลบออกจากระบบได้
ให้สังเกตว่ากุญแจที่อยู่ด้านล่างล๊อกอยู่หรือไม่ ถ้าล๊อกอยู่เราจะเข้าไปแก้ไขข้อมูลอะไรไม่ได้ ต้องปลดล๊อกก่อนเท่านั้น การปลดล๊อกทำได้ด้วยการคลิ๊กไปที่ลูกกุญแจครับ
คลิ๊กไปที่ลูกกุญแจเพื่อปลดล๊อก
003-_3.jpg
เมื่อคลิ๊กที่รูปกุญแจแล้ว ระบบจะถาม username กับ password ของเรา ให้กรอกแล้วกด OK ผ่านไปหมายเหตุ - ขึ้นตอนการเปลี่ยนแปลงอะไรก็ตามที่เกี่ยวข้องกับ system หรือว่าไฟล์ของระบบแล้วนั้นส่วนใหญ่ ถ้าเราจะทำการแก้ไข เรามักจะต้องใส่ password ก่อนเสมอ
หลังจากปลดล๊อกแล้ว ทำการเพิ่ม account โดยการกดที่เครื่องหมาย ‘+’ (บวก)
004-_3.jpg

การใช้ Windows 7


ในที่สุดการรอคอยก็ใกล้จะถึงจุดหมายแล้ว สำหรับ Windows 7 ที่หมายว่าจะสร้างความนิยมให้กับผู้ใช้ได้ หลังจากที่เราผิดหวังจาก Windows Vista กันมาแล้ว ซึ่ง Windows 7 นั้น นอกจากมีความสวยงามน่าใช้ไม่แตกต่างไปจาก Vista แล้ว ยังใช้งานได้ดี ไม่แพ้กับ Windows XP เลย เรียกว่าหากได้ใช้ Windows 7 แล้ว คุณจะไม่อยากกลับไปใช้ Windows XP อีกเลย
ดูจากรูปเราจะเห็นว่า Windows 7 แม้จะพัฒนาต่อยอดมาจาก Windows Vista แต่หน้าตาก็มีการปรับเปลี่ยนไปบ้างพอสมควร แม้จะใช้งานได้ไม่ยาก แต่ก็ต้องปรับตัวกันนิดหน่อยเพื่อให้สามารถใช้งาน Windows 7 ได้ง่ายขึ้น ซึ่งส่วนประกอบที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดก็คือส่วนของทาสก์บาร์ ที่ปรับปรุงให้เรียกใช้โปรแกรมได้ง่ายขึ้น มีการตัดทอนบางฟังก์ชั่นออกไป เช่น Quick Launch
WIndows7_desktop
ส่วนของซิสเท็มบาร์ที่ถูกซ่อนเอาไว้ไม่ให้แสดงผลเกะกะบนหน้าจอ รวมทั้งแถบของ Gadget ที่หายไป โดยเราสามารถเรียก Gadget ขึ้นมา และวางไว้ตรงไหนก็ได้ของหน้าจอ โดยไม่กินพื้นที่เหมือนกับ Gadget Bar ในWindows Vista อีก แน่นอนว่าเมื่อเวอร์ชันใหม่ออกมา ก็ต้องมีความสามารถใหม่ๆ ตามมาด้วย และนี่คือทิปที่จะช่วยให้คุณใช้งาน Windows? 7 ได้ง่ายและสะดวกขึ้น พร้อมกับสามารถปรับแต่งหน้าตาอินเทอร์เฟสต่างๆ ได้ตามต้องการ

สร้างแผ่นสำหรับแก้ไขปัญหาคอมพิวเตอร์

คงบอกว่าหากวันใดวันหนึ่ง Windows ของคุณเกิดปัญหาขึ้น จะทำให้คุณต้องยุ่งยากขนาดไหน ดังนั้นเราควรที่จะสร้างหนทางสำหรับที่จะทำให้เราสามารถแก้ไขปัญหาได้ง่ายขึ้น โดยการสร้างแผ่นบู๊ตยามฉุกเฉินเอาไว้ก่อน โดยหลังจากที่ติดตั้ง Windows เสร็จเรียบร้อยแล้วนั้น ก็ให้เราเตรียมแผ่นดิสก์เปล่าๆเอาไว้ก่อน จากนั้นคลิกที่ Start > Maintenance > Create a System Repair Disc และใส่แผ่นดิสก์เปล่าลงไป และให้ Windows 7 สร้างแผ่นบู๊ตยามฉุกเฉินเอาไว้ก่อน ทีนี้ หาก Windows มีปัญหาในการทำงานเกิดขึ้น เราก็สามารถใช้แผ่นดิสก์นี้บู๊ต เพื่อแก้ไขปัญหา
Create_emergency_Disc

เขียนแผ่นซีดีและวิดีโอจาก ISO ไฟล์ โดยไม่ต้องลงโปรแกรมเบิร์น

คุณสมบัติอย่างหนึ่งของ Windows 7 ก็คือเราสามารถสร้างเบิร์นแผ่นดีวีดีหรือซีดีได้ โดยไม่ต้องลงโปรแกรมเขียนแผ่นดิสก์ลงไปก่อน ซึ่งช่วยให้สะดวกขึ้น หากว่ามีแผ่นโปรแกรมในรูปแบบของไฟล์ ISO อยู่ในเครื่องอยู่แล้ว ก็สามารถคลิกที่ไฟล์ ISO นั้นแล้วเลือกไดรว์ที่จะเขียน พร้อมกับใส่แผ่นดิสก์เปล่าลงไป เท่านี้ Windows ก็จะพร้อมที่จะสร้างแผ่นดิสก์จาก ISO ไฟล์ได้เลย

แก้ไขปัญหาใน Windows 7 ให้รวดเร็ว

เวลาเกิดปัญหากับการใช้งาน Windows คงไม่ต้องบอกว่ามันยุ่งยากขนาดไหน เพราะเราไม่รู้ว่าปัญหาที่เกิดขึ้นนั้น เกิดจากอะไรและจะสามารถแก้ไขปัญหาต่างๆนั้นอย่างไรได้บ้าง แต่สำหรับ Windows 7 แล้ว มีเครื่องมือที่จะช่วยให้เราสามารถค้นหาปัญหา และแก้ไขได้ด้วยตัวเองก่อนที่จะต้องส่งให้ผู้เชี่ยวชาญต่อไป โดยเราสามารถเข้าถึงการตรวจสอบปัญหาต่างๆ ได้จากการเลือกที่ Control Panel > Troubleshoot Problems ซึ่งจะมีวิซาร์ด ช่วยในการค้นหาปัญหาที่เกิดขึ้น และวิธีการแก้ไข รวมทั้งยังเป็นการเช็คอัพระบบ และกำจัดสิ่งที่ไม่จำเป็นสำหรับการทำงานของคุณได้
Troubles_Shooting

ซ่อนไอคอนของ Windows Live Messenger

ถ้าคุณเป็นอีกคนหนึ่ง ที่ต้องใช้ Windows Live Messenger เป็นประจำบน Windows 7 คุณจะพบว่าเมื่อเปิด Windows Live Messenger มันจะแสดงการทำงานค้างไว้บนทาสก์บาร์ให้เกะกะ ซึ่งหากคุณไม่ชอบใจ ก็สามารถซ่อนการทำงานของ Windows Live Messenger เอาไว้ได้ โดยก่อนอื่นต้องคลิกขวา เลือกที่ไอคอนของ Windows Live Messenger จากนั้นเลือกที่ Properties แล้ว กำหนดให้แอพพลิเคชั่น ทำงานในโหมดของ Windows Vista Compatibility จากนั้นก็เปิดการทำงานของ Windows Live ขึ้นมาอีกครั้ง คราวนี้โปรแกรม Messenger จะถูกซ่อนการทำงานเอาไว้ ไม่โผล่มาให้เกะกะบนทาสก์บาร์อีก

เพิ่มพื้นที่การใช้งานให้กับเดสก์ท็อป

ใน Windows 7 เราจะพบว่าทาสก์บาร์นั้นมีขนาดที่ใหญ่มาก ซึ่งอาจจะกินพื้นที่บางส่วนของเดสก์ท็อปไปอย่างมาก รวมทั้งไอคอนต่างๆ ทำให้พื้นที่สำหรับแอพพลิเคชั่นต่างๆ นั้น วางได้ไม่เยอะ ซึ่งเราสามารถที่จะปรับขนาดของไอคอนบนเดสก์ท็อปให้เล็กลงได้ โดยคลิกขวาที่ทาสก์บาร์ จากนั้นเลือกที่ Properties > Taskbar > Use small icons เพื่อที่จะให้ไอคอนบนทาสก์บาร์เล็กลง และเราก็จะได้พื้นที่ใช้งานบนเดสก์ท็อปนั้นเพิ่มขึ้น

เพิ่ม Quick Launch ให้กับทาสก์บาร์

ด้วยการมี Launch ที่สามารถเรียกโปรแกรมต่างๆ ขึ้นมาให้แล้ว ทำให้ Quick Launch เดิมที่มาพร้อมกับ Windows ก่อนหน้านี้ ถูกตัดออกไป แต่เราก็สามารถเปิดการทำงานของ Quick Launch ขึ้นมาได้ โดยให้คลิกขวาที่ทาสก์บาร์ จากนั้นเลือกที่ Toolbars/ New Tools Bar ก็จะปรากฏหน้าต่าง Folder Selection dialog ขึ้นมา ให้พิมพ์ข้อความตามนี้ลงไป %userprofile%\AppData\Roaming\Microsoft\Internet Explorer\Quick Launch แล้วคลิกที่ OK ก็จะมีแถบของ Quick Launch ปรากฏขึ้นที่ทาสก์บาร์ แต่ตอนนี้ Quick Launch จะดูเหมือนว่าไม่ปรากฏออกมาเพราะมีแถบข้อความ และคำอธิบายเต็มไปหมด ให้คลิกขวาที่ Quick Launch แล้วเอาเช็คบ็อกซ์ตรง lock the taskbar ออก แล้วคลิกขวาอีกครั้งที่ Quick Launch และให้นำเช็คสบ็อกซ์ หน้าข้อความ show Text และ Show Titles ออกไป ที่นี้เราก็สามารถลากไอคอนชอร์ตคัทของโปรแกรมต่างๆ ที่ต้องการ นำมาวางไว้ตรง Quick Launch นี้ได้ และเมื่อเป็นที่พอใจแล้ว ก็ให้คลิกขวาที่ทาสก์บาร์ พร้อมกับล็อคทาสก์บาร์เอาไว้ให้เรียบร้อย
QuickLuanch

เปลี่ยนการทำงานให้กับเพาเวอร์สวิทช์

ปกติหน้าที่ของเพาเวอร์สวิทช์ ก็คือการเปิดเครื่อง แต่ขณะที่คอมพิวเตอร์กำลังทำงานอยู่ล่ะ จะให้มันทำหน้าที่เป็นอะไร ในWindows 7 เราสามารถกำหนดการทำงานให้กับเพาเวอร์สวิทช์ได้ โดยคลิกขวาที่ไอคอน Windows มุมล่างซ้าย แล้วเลือกที่ properties จากนั้น คลิกที่แท็บ Start Menu แล้วตรง power button action ก็กำหนดหน้าที่ที่ต้องการให้กับปุ่มเพาเวอร์ได้ ทั้งการชัตดาวน์ รีสตาร์ท หรือล็อคเครื่องก็ได้เช่นกัน
Power Button Option

ควบคุมการทำงานบน Windows ด้วยปุ่ม Windows คีย์

หากคุณต้องการปรับการแสดงผลขณะทำงานบน Windows 7 เพื่อให้สะดวกขึ้น เราสามารถใช้ปุ่ม windows คีย์ เพื่อเป็นคีย์ลัดในการจัดการการแสดงผลของหน้าต่างบน Windows ได้ ไม่ว่าจะเป็นการย่อขยาย จัดการแสดงผลให้เต็มหน้าจอ หรือย่อทั้งหมดลงมา หรือเรียกการทำงานของหน้าต่างที่ต้องการได้อย่างรวดเร็ว เป็นต้น ซึ่งคีย์ลัดนี้ เราสามารถทำงานกับ Windows ได้อย่างรวดเร็วขึ้น โดยสามารถแบ่งการทำงานที่ต้องใช้ร่วมกับปุ่ม Windows คีย์ได้ดังนี้
  • ปรับขนาดของหน้าต่างให้ตรงกับความต้องการ
-?? ?เราสามารถใช้ปุ่ม Windows คีย์ ร่วมกับปุ่มลูกศร เพื่อปรับขนาดของ Windows ได้ตามต้องการ เช่น
-?? ?Win + ลูกศรขึ้น และ Win+ ลูกศรลง? เป็นการขยายขนาดของหน้าต่างให้เต็มหน้าจอ และย่อขนาดกลับลงมาเท่าเดิม
-?? ?Win + ลูกศรซ้าย และ Win + ลูกศรขวา เป็นการกำหนดตำแหน่งของการแสดงผลอยู่ทางครึ่งของหน้าจอทางซ้ายมือหรือว่าขวามือ
-?? ?Win + Shift +ลูกศรขึ้น และ Win+Shift+ ลูกศรลง? เป็นการขยายขนาดของหน้าต่างให้เต็มหน้าจอทางด้านแนวตั้ง และย่อขนาดกลับลงมาเท่าเดิม
  • แสดงผลออกโปรเจ็คเตอร์

หมดปัญหากับการที่ต้องควานหาปุ่ม เพื่อเลือกการแสดง หากต้องการต่อกับโปรเจ็คเตอร์หรือมอนิเตอร์ภายนอก เพราะเพียงแค่ใช้คีย์ Win + P ก็จะเป็นการเลือกการแสดงที่ต้องการ ไม่ว่าจะเป็นการแสดงผลเฉพาะหน้าจอหลัก การแสดงผลหน้าจอทั้งสองให้เหมือนๆกัน การแสดงแบบบนจอที่สองแบบ extend และการแสดงผลเฉพาะจอที่สองเพียงอย่างเดียว
แต่หากว่าคุณต้องการแสดงผลเฉพาะพรีเซนเทชั่น เพื่อออกไปทางโปรเจ็คเตอร์ คงไม่อยากให้การแสดงผลบนหน้าจอถูกขัดจังหวะด้วยสกรีนเซฟเวอร์ หรือว่าข้อความทาง IM ที่ส่งมาให้คุณ เราสามารถใช้ปุ่ม Win+X เพื่อกำหนดการแสดงผลเฉพาะพรีเซนเทชั่นได้ เท่านี้เวลาข้อความทาง IM ส่งเข้ามาหรือว่าสกรีนเซฟเวอร์ทำงาน ก็จะไม่มีผลต่อการแสดงผลบนหน้าจอโปรเจ็คเตอร์อีก
  • ย่อหน้าต่างให้เลือกเฉพาะที่ใช้งานปัจจุบัน

เราสามารถย่อหน้าต่างอื่นๆที่ไม่ได้ใช้งาน ให้ลงไปอยู่บนทาสก์บาร์ได้ โดยกดคีย์ Win+ Home ซึ่งหน้าต่างอื่นๆที่เราไม่ได้ใช้งานอยู่ ก็จะถูกย่อลงเองโดยอัตโนมัติ และเมื่อกด Win+Home อีกครั้ง ก็จะกลับมาแสดงผลตามปกติ
  • ทำงานแบบหลายมอนิเตอร์พร้อมๆ กัน

ถ้าคุณต่อมอนิเตอร์หลายๆตัวเข้ากับเครื่องคอมพิวเตอร์ เราสามารถเคลื่อนการทำงานจากมอนิเตอร์หนึ่งไปยังอีกมอนิเตอร์หนึ่งได้ โดยกดปุ่ม Win+shift+ปุ่มลูกศรซ้าย หรือขวา เพื่อเลื่อนการทำงานไปยังมอนิเตอร์ที่ต้องการได้
  • เรียกใช้โปรแกรมบนทาสก์บาร์ด้วยคีย์ลัด

ในทาสก์บาร์ของ Windows 7 จะมีการจัดเรียงโปรแกรมเอาไว้อยู่ และเราสามารถที่จะเรียกใช้แอพพลิเคชั่นเหล่านั้นได้โดยง่าย เพียงแค่เล็งไว้ว่าแอพพลิเคชั่นนั้นๆอยู่ตำแหน่งที่เท่าไหร่ นับจากปุ่มสตาร์ทเป็นต้นมา เราสามารถเรียกแอพพลิเคชั่นได้รวดเร็วขึ้น จากการที่กดคีย์ Win+คีย์ตัวเลข ก็จะเป็นการเรียกใช้งานแอพพลิเคชั่นลำดับตัวเลขนั้นขึ้นมาทันที
  • มองทะลุเดสก์ทอป

ใน Windows 7 มีฟังก์ชั่นบางตัวที่เรียกว่า? Gadget สำหรับบอกเวลา บอกวันที่ รวมถึงดูโน้ตต่างๆได้ ซึ่งปกติหากเราต้องการดูของต่างๆ ที่อยู่บนเดสก์ท็อป เราต้องย่อหน้าต่างลงมาทั้งหมดเสียก่อน แต่หากว่าเราต้องการแค่ดูเฉยๆโดยไม่ได้ทำอะไร Windows 7 ยอมให้คุณกดปุ่ม Win+Space เพื่อมองทะลุหน้าต่างทั้งหมดที่อยู่ ให้คุณมองเห็นเดสก์ท็อปได้
desktop-aero-peek
  • ท่องไปตามทาสก์บาร์

หากต้องการเรียกแอพพลิเคชั่นที่เปิดเอาไว้บนทาสก์บาร์อย่างรวดเร็ว เราสามารถใช้คีย์ Win+T เพื่อเลือกใช้งานโปรแกรมที่อยู่บนทาสก์บาร์ได้ โดยเลือกเป็นกลุ่มของแอพพลิเคชั่น เพื่อสามารถเลือกแอพพลิเคชั่นที่ต้องการได้สะดวกกว่า
desktop-taskbar
  • ขยายการมองเห็นให้กับ Windows

หากว่าคุณเป็นคนที่สายตาไม่ดี หรือมีปัญหากับการมองบางส่วนของภาพได้ไม่ชัดเจน Windows 7 ยอมให้เราสามารถซูมภาพเข้าไปได้ เพื่อมองบางส่วนในการแสดงผลให้ชัดเจนขึ้น โดยใช้คีย์ Win++ ก็จะเป็นการใช้งานฟังก์ชั่น magnifier ในการขยายภาพทั้งหมดบนหน้าจอขึ้นมา และหากต้องการกลับสู่การแสดงผลปกติ ก็เพียงแค่ใช้คีย์ Win + -? ก็จะเป็นการย่อให้ Windows กลับมาแสดงผลเป็นปกติ เรียบร้อยเหมือนเดิม
  • เรียกใช้งาน Gadget ได้อย่างรวดเร็ว

Gadget บน Windows 7 ให้ประโยชน์ในการทำงานของเราได้อย่างมาก เช่น ปฏิทิน หรือว่านาฬิกา แต่ในขณะทำงานอยู่ มักจะไม่สะดวกที่จะต้องย่อหน้าต่างลงไป ซึ่งหากเราต้องการเรียกใช้งาน Gadget อย่างปัจจุบันทันด่วน เราสามารถเข้าถึง Gadget ได้อย่างรวดเร็วด้วยคีย์ Win+G เพื่อให้ Gadget ขึ้นมาอยู่บนท็อปของหน้าต่างการทำงานปัจจุบันได้ทันที
desktop-gadgets

ทำงานง่ายขึ้นด้วย ALT คีย์

ใน Windows 7 สามารถใช้งานคีย์ลัด เพื่ออำนวยความสะดวกในการเรียกใช้งาน Windows ได้อย่างมาก และ ALT ก็คือคีย์อเนกประสงค์อีกคีย์หนึ่ง ที่สามารถนำมาใช้งานร่วมกับคีย์ต่างๆ เพื่อให้ทำงานร่วมกับ Windows ได้สะดวกขึ้น
เรียกใช้งานเมนูบาร์บน Explorer
ด้วยฟังก์ชั่นพิเศษที่ไมโครซอฟท์เห็นว่ามันอาจจะเกะกะ ก็เลยซ่อนเมนูบาร์ใน Explorer เอาไว้ซะ ทำให้การปรับแต่งการทำงานต่างๆนั้นอาจจะไม่สะดวก แต่เราสามารถเรียกเมนูบาร์ออกมาได้ง่ายๆ โดยกดปุ่ม alt หนึ่งครั้งก็จะเป็นการแสดงผลเมนูบาร์ขึ้นมา และเมนูบาร์นี้จะถูกซ่อนเอาไว้โดยอัตโนมัติ เมื่อเราไม่ได้ใช้งาน

เพิ่มขีดความสามารถในการใช้งาน Explorer

ใน Explorer ตัวล่าสุดของ Windows 7 เราสามารถใช้คีย์ลัด ALT ร่วมกับคีย์ต่างๆ เพื่อให้ใช้งาน Explorer ได้ง่ายขึ้น เช่น
เพิ่มขีดความสามารถในการใช้งาน-Explorer7
  • ALT+UP เป็นการกระโดดไปยังโฟลเดอร์แรกสุดคือ Desktop โดยอัตโนมัติ หรือย้อนกลับไปโฟลเดอร์รูท หากว่าเราทำงานอยู่ในโฟลเดอร์ย่อยๆ ของโฟลเดอร์รูทนั้น
  • ALT + Right คือการไล่สเต็ปไปยังโฟลเดอร์ ที่เปิดขึ้นมาล่าสุด
  • ALT + LEFT คือการย้อนกลับไปทำงานยังโฟลเดอร์ก่อนหน้าโฟลเดอร์ปัจจุบัน
  • ALT +D เป็นการทำงานกับแอดเดรสบาร์ของพาธ การทำงานปัจจุบัน
  • F4 เป็นการเรียกใช้งาน drop down menu ของแอดเดรสบาร์
  • ALT+ENTER เป็นการเรียก Properties ของไฟล์ที่เคอร์เซอร์กำลังถูกเลือกอยู่ในขณะนั้น
  • CTRL+mousewheel เป็นการเปลี่ยนขนาดของไอคอนใน explorer
  • F11 เป็นการเปลี่ยนโหมดของ explorerให้ทำงานในโหมด Full Screen

เรียกใช้งานแอพพลิเคชั่นในโหมดของ Windows Compatibility เพื่อให้สามารถใช้งานร่วมกับโปรแกรมเก่าได้

ปัญหาใหญ่ๆของการใช้งาน Windows 7 ก็คือการทำงานร่วมกับแอพพลิเคชั่นเดิมๆ ที่เคยใช้งานได้ใน Windows XP หรือว่า Vista ซึ่งหากเราเรียกใช้งานตรงๆ อาจจะมีปัญหาเกิดขึ้นได้ Windows 7 จึงมีโหมดการทำงาน Windows Compatibility เพื่อให้นำแอพพลิเคชั่นเดิมๆที่สามารถเคยใช้งานได้ใน Windows XP หรือ Vista ให้ใช้งานได้บน Windows 7 โดยการคลิกขวาที่ไอคอนของแอพพลิเคชั่นนั้นๆ จากนั้นเลือกที่ Properties แล้วไปยังแท็บ compatibility mode และเลือก Run this program in compatibility mode for ซึ่งเราสามารถเลือกได้ว่าให้แอพพลิเคชั่นตัวนั้น ทำงานในโหมดของ Windows เวอร์ชั่นไหนก็ได้ ไม่ว่าจะเป็น Windows XP หรือว่า Windows 95 ก็ยังไหว โดยในโหมด compatibility แนะนำว่าควรที่จะเลือก disable visual themes และ desktop composition เอาไว้ด้วย และหากว่าแอพพลิเคชั่นนั้นเป็นวิดีโอเกม ก็ควรที่จะเลือก Run this program as an administrator เอาไว้ด้วย เพื่อที่ Windows 7 จะไม่ตั้งคำถามสำหรับคุณอีก
Program Compatibility

ใช้งาน Sticky Notes เพื่อเตือนความจำ

แอพพลิเคชั่นหลายๆ ตัวได้ถูกเติมเต็มเข้ามาใน Windows 7 นี้ เพื่อให้การทำงานของผู้ใช้นั้นง่ายขึ้น โดยไม่ต้องไปหาโปรแกรมอื่นๆมาติดตั้งให้ยุ่งยากอีก เช่น Sticky Notes หรือ กระดาษเตือนความจำ ซึ่งให้เราสามารถโน้ตข้อความต่างๆ วางไว้บนเดสก์ท็อปได้สะดวก โดยเราสามารถเรียกใช้งาน Sticky Notes จากการพิมพ์ notes ที่ช่อง Search ก็จะเป็นการหาแอพพลิเคชั่น Sticky Note ให้เราเองโดยอัตโนมัติ และเราสามารถเปลี่ยนสีของกระดาษโน้ตได้ โดยการคลิกขวาที่ Sticky Note แล้วเลือกสีกระดาษโน้ตตามต้องการ? และหากต้องการเพิ่มกระดาษโน้ตก็สามารถคลิกที่เครื่องหมาย + บนกระดาษโน้ต และเมื่อต้องการปิดการใช้งาน Sticky Note ก็ให้กด Alt+F4 ก็จะเป็นการปิดการทำงานลง แต่จะเก็บข้อความทั้งหมดเอาไว้ ซึ่งเมื่อเปิดการทำงานขึ้นมาอีก ข้อความเดิมที่มีอยู่ก็จะปรากฏขึ้นมาเหมือนเดิม

Sticky Notes

วันพุธที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

การตั้งค่าระบบปฏิบัติการ

 

การใช้งานWindows xp

Windows  คือโปรแกรมระบบปฏิบัติการซึ่งผลิตโดยบริษัทไมโครซอฟต์ โดยผลิตมาแทนที่ ระบบปฏิบัติการ DOS แบบเก่าซึ่งใช้งานยากและล้าสมัย Windows มีจุดเด่นที่การติดต่อกับผู้ใช้ด้วยรูปภาพและมีปุ่มให้กดเรียกว่าระบบการติดต่อกับผู้ใช้แบบกราฟฟิค (Graphic User Interface) หรือ GUI  โดยมีเมาส์เป็นอุปกรณ์มาตรฐานเพื่อให้การทำงานสะดวกและเร็วขึ้น  จุดเด่นอีกอย่างหนึ่งของ Windows คือ สามารถทำงานได้หลายโปรแกรมพร้อม ๆ กันไปและสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างโปรแกรมได้โดยสะดวก
1. Desktop คือ พื้นที่หน้าจอในสภาพเริ่มต้น เป็นพื้นที่ทำงานทั้งหมดของ 
    2. Windowsปุ่ม  Start   สำหรับคลิกเพื่อเริ่มต้นทำงาน เรียกใช้โปรแกรมต่าง ๆ
    3. Quick Launch  เป็นส่วนของการเรียกใช้งานโปรแกรมได้อย่างรวดเร็ว
    4.Taskbar เป็นส่วนแสดงสถานการณ์ใช้งานมีโปรแกรมใดใช้งานอยู่
    5. System  Tray เป็นส่วนแสดงเวลาและไอคอนของโปรแกรมบางตัวที่กำลังทำงานอยู่
    6. โปรแกรมเป็นไอคอนบนภาพพื้นหลังอาจปรากฏโปรแกรมต่าง ๆ ซึ่งเจ้าของเครื่องสร้างขึ้นมา หรือกำหนดให้ปรากฏไอคอนหน้าจอ  จะมีไอคอนมาตรฐานดังนี้

                            

My  Document เป็นไอคอนที่เก็บไฟล์เอกสารที่สร้างขึ้นมาด้วยโปรแกรมต่าง ๆ
My computer เป็นที่เก็บรายละเอียดทั้งหมดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์
My Network Place จัดการเกี่ยวกับเครือข่าย Network ในกรณีที่เครื่องคอมพิวเตอร์ได้เชื่อมต่อเป็น Network 
Internet Explorer  เป็นไอคอนใช้เข้าสู่ระบบ Internet
Recycle Bin เป็นถังขยะเก็บไฟล์ที่ถูกลบ




การใช้งานWindows 7



getting started
หากต้องการคำแนะนำการใช้งานเพิ่มเติม ตรวจสอบได้ในเซ็กชั่น Getting Started บนเว็บไซต์วินโดวส์ คุณจะพบวิดีโอแนะนำการใช้งานครั้งแรก พร้อมด้วยรายการอื่นๆอีกมากมาย Getting Started เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ทำให้ Windows 7 ช่วยให้คุณใช้งานพีซีได้เร็ว และง่ายขึ้น
การใช้งานส่วนต่างๆ บนเดสก์ท็อป (GETTING AROUND THE DESKTOP)
เมื่อคุณใช้ Windows 7 เป็นครั้งแรก คุณอาจสังเกตเห็นหลายสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไป และอีกหลายสิ่งที่ได้รับการปรับปรุงขึ้นจากเดิมในเดสก์ท็อปของ Windows
Andy Sweet นักเขียนประจำทีม Windows จะพาคุณไปชมการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่สำคัญซึ่งได้แก่ ทาสก์บาร์ที่ปรับปรุงใหม่ Jump List (ซึ่งเป็นวิธีใหม่ในการเปิดไฟล์ที่คุณใช้บ่อย) พร้อมกับเรียนรู้วิธีจัดระเบียบหน้าต่างที่เปิดอยู่บนเดสก์ท็อปของคุณ
เริ่มกันที่ทาสก์บาร์
จะเห็นว่าปุ่มบนทาสก์บาร์นั้นใหญ่ขึ้นกว่าเดิม และมีการตัดตัวอักษรออกเพื่อให้ดูสบายตามากขึ้น ใน Windows 7 พื้นที่ทั้งหมดของทาสก์บาร์เป็นที่ที่คุณสามารถตรึงโปรแกรมต่างๆ ไว้ได้ เพียงแค่คลิกขวาที่โปรแกรมในเมนู Start แล้วคลิกที่ "Pin to Taskbar"
หรือลากไอคอนของโปรแกรมไปวางไว้บนทาสก์บาร์โดยตรง เมื่อเสร็จแล้ว คุณก็สามารถคลิกปุ่มที่ตรึงไว้เพื่อเปิดโปรแกรมที่ต้องการได้
นอกจากนี้ คุณยังสามารถย้ายปุ่มไปมาบนทาสก์บาร์ เพื่อจัดลำดับของปุ่มตามที่คุณต้องการได้ และนี่ก็คือหนึ่งในการเปลี่ยนแปลงที่เราทราบดีว่าหลายคนต้องการ
เมื่อต้องการเปิดไฟล์ คุณก็อาจมองหา "My Recent Documents" หรือ "Recent Items" แบบเดิมในเมนู Start แต่ตอนนี้เรามีสิ่งที่ดีกว่าเดิม ซึ่งเรียกว่า Jump Lists
Jump Lists เป็นเมนูสั้นๆ ที่ช่วนให้คุณสามารถเปิดไฟล์ที่คุณใช้งานบ่อยได้อย่างรวดเร็ว
คุณยังจำได้ใช่ไหมว่า My Recents Documents ใน Windows XP นั้นจะแสดง
ไฟล์ต่างๆ รวมกันโดยไม่แยกประเภท Jump Lists ก็แสดงไฟล์ที่คุณเพิ่งใช้งานเหมือนกัน แต่คราวนี้จะมีการจัดกลุ่มแยกตามโปรแกรม
เพียงคลิกขวาที่ปุ่มของโปรแกรมบนทาสก์บาร์ แล้วคลิกไฟล์ที่คุณต้องการเปิด
นอกจากนี้ คุณยังสามารถเปิดอีกหน้าต่างหนึ่งสำหรับโปรแกรมนั้นได้ด้วย
เช่น เปิดไฟล์ WordPad ไฟล์ที่สอง เป็นต้น เพียงแค่คุณคลิกที่ชื่อโปรแกรม
และเมื่อคุณใช้งานโปรแกรมนั้นเสร็จเรียบร้อยแล้ว คุณก็สามารถคลิกที่ "Close all windows" ได้
ในเมนู Start คุณก็จะเห็น Jump Lists เช่นกัน ทั้งสำหรับโปรแกรมที่คุณได้ตรึงไว้ (ด้านบนสุดตรงนี้) และโปรแกรมที่คุณเพิ่งใช้งาน Jump Lists ไม่ได้แสดงแต่ไฟล์เพียงอย่างเดียว คุณสามารถเปิดโฟลเดอร์จากปุ่ม Windows Explorer ได้ด้วยเช่นกัน
และยังสามารถเปิดเว็บไซต์ต่างๆ จากปุ่มเว็บเบราว์เซอร์ของคุณได้ด้วย
แต่ข้อดีที่โดดเด่นที่สุดดูเหมือนจะเป็น การที่คุณสามารถตรึงอะไรก็ได้ที่คุณใช้บ่อยไว้ใน Jump Lists เมื่อต้องการตรึงรายการสิ่งที่ต้องทำรายการนี้ ซึ่งอัปเดตทุกวัน ให้เปิด Jump List ของโปรแกรมนี้ขึ้นมา ชี้ไปที่ไฟล์ที่อยู่ใต้ "Recent" แล้วคลิกที่เข็มหมุด
รายการนี้ก็จะขึ้นมาอยู่ด้านบนสุด ก็สามารถเรียกใช้งานได้สะดวกขึ้น คุณสามารถเปลี่ยนลำดับหรือถอดสิ่งที่คุณตรึงไว้ออกจากรายการได้ง่ายๆ เพียงคลิกที่เข็มหมุด แต่ไม่ต้องตกใจ คุณยังไม่ได้ลบไฟล์ คุณเพียงแค่ถอดไฟล์ออกจากรายการเท่านั้น
หรือคุณสามารถคลิกขวาที่ไฟล์ที่เพิ่งใช้ เพื่อถอดออกจากรายการได้เช่นกัน
ถึงตอนนี้ คุณก็ได้เห็นแล้วว่า Jump Lists เป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยให้เปิดไฟล์ได้อย่างรวดเร็ว
อีกสิ่งหนึ่งที่ได้รับการปรับปรุงจากเดิม ก็คือ คุณสามารถดูตัวอย่างไฟล์ต่างๆ ที่เปิดไว้ได้
วิธีนี้จะช่วยให้คุณสามารถหาไฟล์ที่คุณต้องการได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเวลาที่คุณเปิดไฟล์หลายไฟล์พร้อมๆ กัน
คราวนี้เรามาดูที่เครื่องมือเล็กๆ ตรงนี้บนเดสก์ท็อปที่เรียกว่า Gadget กัน
นี่เป็นเครื่องมือที่คุณสามารถใช้เรียกดูข้อมูล เช่น สภาพอากาศ หรือข่าวสารสำคัญต่างๆ ได้ผู้ที่ใช้ Windows Vista มาก่อนจะสังเกตเห็นว่าตอนนี้ไม่มีแถบด้านข้างแล้ว
คุณสามารถวาง Gadget ไว้ที่ใดก็ได้ แต่คุณจะต้องคลิกอะไรบางอย่างก่อน
คลิกขวาที่เดสก์ท็อป แล้วคลิก "Gadgets" จากนั้นคุณก็สามารถลากไปวางที่ใดก็ได้ตามต้องการ
เมื่อคุณต้องการจัดระเบียบไฟล์และโฟลเดอร์ที่เปิดอยู่บนเดสก์ท็อป
เมื่อคุณลากหน้าต่างที่เปิดอยู่ไปที่ขอบของเดสก์ท็อป
คุณอาจรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย เพราะตอนนี้หน้าต่างได้ยึดติดกับของเดสก์ท็อปเรียบร้อยแล้ว ทีนี้ลองลากอีกหน้าต่างหนึ่งไปที่ด้านใดด้านหนึ่งหรือด้านตรงข้าม
ทันทีที่เมาส์แตะด้านข้างของเดสก์ท็อป หน้าต่างก็จะยึดติดกับขอบด้านนั้นในลักษณะครึ่งหน้าจอ เมื่อคุณลากอีกครั้ง หน้าต่างนั้นก็จะกลับมาเป็นขนาดเดิม วิธีนี้มีประโยชน์มากเมื่อต้องการเปรียบเทียบไฟล์สองไฟล์ หรือเมื่อต้องการย้ายไฟล์ไปมาระหว่างสองโฟลเดอร์ คุณสามารถวางเอกสารยาวๆ หรืออีเมลชิดขอบในแนวตั้งเพื่อให้อ่านง่ายขึ้นได้ เพียงแค่ปรับขนาดของหน้าต่างไปทางด้านบนหรือด้านล่างของเดสก์ท็อป
นอกจากนี้ คุณยังสามารถขยายหน้าต่างให้เต็มจอได้ โดยลากหน้าต่างนั้นไปที่ด้านบนของเดสก์ท็อป เมื่อคุณเปิดหน้าต่างไว้บนเดสก์ท็อปมากเกินไป ให้ลองใช้วิธีนี้เพื่อย่อหน้าต่างอื่นให้เหลือเพียงหน้าต่างเดียว
คลิกที่ด้านบนสุดของหน้าต่าง แล้วเขย่าหน้าต่างนั้นโดยลากเมาส์ไปมาเร็วๆ
หน้าต่างอื่นๆ ทั้งหมดที่เปิดอยู่จะย่อลง แล้วเมื่อคุณเขย่าอีกครั้ง ทุกอย่างก็จะกลับขึ้นมา

การตั้งค่าระบบปฏิบัติการ

 การใช้โปรแกรม windows xp เบื้องต้น

ระบบปฏิบัติการ windows

                  Windows  คือโปรแกรมระบบปฏิบัติการซึ่งผลิตโดยบริษัทไมโครซอฟต์ โดยผลิตมาแทนที่ ระบบปฏิบัติการ DOS แบบเก่าซึ่งใช้งานยากและล้าสมัย Windows มีจุดเด่นที่การติดต่อกับผู้ใช้ด้วยรูปภาพและมีปุ่มให้กดเรียกว่าระบบการติดต่อกับผู้ใช้แบบกราฟฟิค (Graphic User Interface) หรือ GUI  โดยมีเมาส์เป็นอุปกรณ์มาตรฐานเพื่อให้การทำงานสะดวกและเร็วขึ้น  จุดเด่นอีกอย่างหนึ่งของ Windows คือ สามารถทำงานได้หลายโปรแกรมพร้อม ๆ กันไปและสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างโปรแกรมได้โดยสะดวก
                1.   การใช้งานวินโดวส์ (windows  xp)
              Windows  นั้นจะถูกอ่านจากฮาร์ดดิสก์ แล้วนำไปเก็บไว้แรม โดยเลือกอ่านไฟล์ที่จำเป็นก่อน  เช่น วัน และเวลา จะได้ยินเสียงฮาร์ดดิสก์ทำงาน ซึ่งเป็นเสียงหัวอ่านข้อมูล  ขั้นตอนสุดท้ายของการตรวจสอบ Windows คือการตรวจสอบเสียง ซึ่งเสียงที่ได้ยินตอน Windows เริ่มทำงาน เป็นการทดสอบเสียงและระบบ Windows ไปพร้อมกันสำหรับ  Windows XP นั้นก่อนจะเข้าไปใช้เครื่องจะต้องการการ log on จะมีหน้าจอให้คลิกเลือกผู้ใช้โดยระบุชื่อบัญชีผู้ใช้ (User account) และรหัสผ่าน (Password) ถ้ามี เพื่อจำกัดให้เฉพาะผู้ที่มีสิทธิเท่านั้นที่จะเข้าใช้เครื่องได้  ซึ่งการ log on ของ Windows XP นี้ผู้ใช้ไม่สามารถกดปุ่ม Cancel  หรือ Esc เพื่อผ่านเข้าไปเหมือนกับใน Windows 95/98 หรือ ME นอกจากนี้เมื่อ log on เข้าแล้วจะมีการจัดสรรเนื้อที่สำหรับ แต่ละ User แยกจากกันเป็นอิสระ  เช่น ข้อมูลในโฟลเดอร์ My document,เมนูปุ่ม Start และข้อมูลต่าง ๆ บนเดสก์ท็อปของแต่ละคนก็จะเป็นแต่ละชุดกัน
          1.1   ส่วนประกอบต่าง ๆ ของ  Windows  xp
1. Desktop คือ พื้นที่หน้าจอในสภาพเริ่มต้น เป็นพื้นที่ทำงานทั้งหมดของ 
    2. Windowsปุ่ม  Start   สำหรับคลิกเพื่อเริ่มต้นทำงาน เรียกใช้โปรแกรมต่าง ๆ
    3. Quick Launch  เป็นส่วนของการเรียกใช้งานโปรแกรมได้อย่างรวดเร็ว
    4.Taskbar เป็นส่วนแสดงสถานการณ์ใช้งานมีโปรแกรมใดใช้งานอยู่
    5. System  Tray เป็นส่วนแสดงเวลาและไอคอนของโปรแกรมบางตัวที่กำลังทำงานอยู่
    6. โปรแกรมเป็นไอคอนบนภาพพื้นหลังอาจปรากฏโปรแกรมต่าง ๆ ซึ่งเจ้าของเครื่องสร้างขึ้นมา หรือกำหนดให้ปรากฏไอคอนหน้าจอ  จะมีไอคอนมาตรฐานดังนี้



My  Document เป็นไอคอนที่เก็บไฟล์เอกสารที่สร้างขึ้นมาด้วยโปรแกรมต่าง ๆ
My computer เป็นที่เก็บรายละเอียดทั้งหมดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์
My Network Place จัดการเกี่ยวกับเครือข่าย Network ในกรณีที่เครื่องคอมพิวเตอร์ได้เชื่อมต่อเป็น Network 
Internet Explorer  เป็นไอคอนใช้เข้าสู่ระบบ Internet
Recycle Bin เป็นถังขยะเก็บไฟล์ที่ถูกลบ
        1.2 ส่วนประกอบของปุ่ม Start
     การลงโปรแกรม  Microsoft Windows XP ปุ่ม Start หรือที่เรียกว่า Start Menu จะมีรูปแบบดังนี้
 

1. ส่วนของการแสดงชื่อและรูปภาพของผู้ใช้
2. แสดงส่วนของไอคอนโปรแกรมที่สามารถเพิ่มหรือลบได้เพื่อสะดวกในการใช้โปรแกรม
3. ส่วนของโปรแกรมที่มีการเรียกใช้งานล่าสุด หรือ บ่อย ๆ ครั้ง
4. ส่วนของโฟลเดอร์ที่มีการใช้งานทั้งหมด
5. ส่วนของโฟลเดอร์ที่มีการใช้งานบ่อย ๆ
6. ส่วนของการจัดการระบบต่าง ๆ
7. ส่วนของการช่วยเหลือต่าง ๆ การค้นหาไฟล์ หรือ โฟลเดอร์
8. ส่วนของการเปลี่ยนผู้ใช้และปิดการทำงานของระบบ  Windows

  1.3  การเปลี่ยนรูปแบบปุ่ม Start
        ถ้าเราต้องการจะเปลี่ยนรูปแบบ  ของ ปุ่ม Start ให้มีรูปแบบเป็นแบบ Windows XP Style หรือแบบ Classic  Style (รูปแบบเหมือน เวอร์ชั่น 98 หรือ 2000) สามารถทำดังนี้

1. คลิกขวาที่ Task bar เลือกคำสั่ง Properties
2. คลิกที่ แท็บ Start Menu
    - เลือก Option Start menu เพื่อเลือก  เป็นแบบ Windows XP Style
   - เลือก Classic Start menu เพื่อเลือกเป็น  แบบ Windows 98/2000
3. คลิกปุ่ม OK


การใช้งานของ Windows 7
การใช้งานของ Windows 7
หากต้องการคำแนะนำการใช้งานเพิ่มเติม ตรวจสอบได้ในเซ็กชั่น Getting Started บนเว็บไซต์วินโดวส์ คุณจะพบวิดีโอแนะนำการใช้งานครั้งแรก พร้อมด้วยรายการอื่นๆอีกมากมาย Getting Started เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ทำให้ Windows 7 ช่วยให้คุณใช้งานพีซีได้เร็ว และง่ายขึ้น
การใช้งานส่วนต่างๆ บนเดสก์ท็อป (GETTING AROUND THE DESKTOP)
เมื่อคุณใช้ Windows 7 เป็นครั้งแรก คุณอาจสังเกตเห็นหลายสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไป และอีกหลายสิ่งที่ได้รับการปรับปรุงขึ้นจากเดิมในเดสก์ท็อปของ Windows
Andy Sweet นักเขียนประจำทีม Windows จะพาคุณไปชมการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่สำคัญซึ่งได้แก่ ทาสก์บาร์ที่ปรับปรุงใหม่ Jump List (ซึ่งเป็นวิธีใหม่ในการเปิดไฟล์ที่คุณใช้บ่อย) พร้อมกับเรียนรู้วิธีจัดระเบียบหน้าต่างที่เปิดอยู่บนเดสก์ท็อปของคุณ
เริ่มกันที่ทาสก์บาร์
เริ่มกันที่ทาสก์บาร์

จะเห็นว่าปุ่มบนทาสก์บาร์นั้นใหญ่ขึ้นกว่าเดิม และมีการตัดตัวอักษรออกเพื่อให้ดูสบายตามากขึ้น ใน Windows 7 พื้นที่ทั้งหมดของทาสก์บาร์เป็นที่ที่คุณสามารถตรึงโปรแกรมต่างๆ ไว้ได้ เพียงแค่คลิกขวาที่โปรแกรมในเมนู Start แล้วคลิกที่ "Pin to Taskbar"
หรือลากไอคอนของโปรแกรมไปวางไว้บนทาสก์บาร์โดยตรง เมื่อเสร็จแล้ว คุณก็สามารถคลิกปุ่มที่ตรึงไว้เพื่อเปิดโปรแกรมที่ต้องการได้
นอกจากนี้ คุณยังสามารถย้ายปุ่มไปมาบนทาสก์บาร์ เพื่อจัดลำดับของปุ่มตามที่คุณต้องการได้ และนี่ก็คือหนึ่งในการเปลี่ยนแปลงที่เราทราบดีว่าหลายคนต้องการ
เมื่อต้องการเปิดไฟล์ คุณก็อาจมองหา "My Recent Documents" หรือ "Recent Items" แบบเดิมในเมนู Start แต่ตอนนี้เรามีสิ่งที่ดีกว่าเดิม ซึ่งเรียกว่า Jump Lists
Jump Lists เป็นเมนูสั้นๆ ที่ช่วนให้คุณสามารถเปิดไฟล์ที่คุณใช้งานบ่อยได้อย่างรวดเร็ว
คุณยังจำได้ใช่ไหมว่า My Recents Documents ใน Windows XP นั้นจะแสดง
ไฟล์ต่างๆ รวมกันโดยไม่แยกประเภท Jump Lists ก็แสดงไฟล์ที่คุณเพิ่งใช้งานเหมือนกัน แต่คราวนี้จะมีการจัดกลุ่มแยกตามโปรแกรม
เพียงคลิกขวาที่ปุ่มของโปรแกรมบนทาสก์บาร์ แล้วคลิกไฟล์ที่คุณต้องการเปิด
นอกจากนี้ คุณยังสามารถเปิดอีกหน้าต่างหนึ่งสำหรับโปรแกรมนั้นได้ด้วย
เช่น เปิดไฟล์ WordPad ไฟล์ที่สอง เป็นต้น เพียงแค่คุณคลิกที่ชื่อโปรแกรม
และเมื่อคุณใช้งานโปรแกรมนั้นเสร็จเรียบร้อยแล้ว คุณก็สามารถคลิกที่ "Close all windows" ได้
ในเมนู Start คุณก็จะเห็น Jump Lists เช่นกัน ทั้งสำหรับโปรแกรมที่คุณได้ตรึงไว้ (ด้านบนสุดตรงนี้) และโปรแกรมที่คุณเพิ่งใช้งาน Jump Lists ไม่ได้แสดงแต่ไฟล์เพียงอย่างเดียว คุณสามารถเปิดโฟลเดอร์จากปุ่ม Windows Explorer ได้ด้วยเช่นกัน
และยังสามารถเปิดเว็บไซต์ต่างๆ จากปุ่มเว็บเบราว์เซอร์ของคุณได้ด้วย
แต่ข้อดีที่โดดเด่นที่สุดดูเหมือนจะเป็น การที่คุณสามารถตรึงอะไรก็ได้ที่คุณใช้บ่อยไว้ใน Jump Lists เมื่อต้องการตรึงรายการสิ่งที่ต้องทำรายการนี้ ซึ่งอัปเดตทุกวัน ให้เปิด Jump List ของโปรแกรมนี้ขึ้นมา ชี้ไปที่ไฟล์ที่อยู่ใต้ "Recent" แล้วคลิกที่เข็มหมุด
รายการนี้ก็จะขึ้นมาอยู่ด้านบนสุด ก็สามารถเรียกใช้งานได้สะดวกขึ้น คุณสามารถเปลี่ยนลำดับหรือถอดสิ่งที่คุณตรึงไว้ออกจากรายการได้ง่ายๆ เพียงคลิกที่เข็มหมุด แต่ไม่ต้องตกใจ คุณยังไม่ได้ลบไฟล์ คุณเพียงแค่ถอดไฟล์ออกจากรายการเท่านั้น
หรือคุณสามารถคลิกขวาที่ไฟล์ที่เพิ่งใช้ เพื่อถอดออกจากรายการได้เช่นกัน
ถึงตอนนี้ คุณก็ได้เห็นแล้วว่า Jump Lists เป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยให้เปิดไฟล์ได้อย่างรวดเร็ว
อีกสิ่งหนึ่งที่ได้รับการปรับปรุงจากเดิม ก็คือ คุณสามารถดูตัวอย่างไฟล์ต่างๆ ที่เปิดไว้ได้
วิธีนี้จะช่วยให้คุณสามารถหาไฟล์ที่คุณต้องการได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเวลาที่คุณเปิดไฟล์หลายไฟล์พร้อมๆ กัน
คราวนี้เรามาดูที่เครื่องมือเล็กๆ ตรงนี้บนเดสก์ท็อปที่เรียกว่า Gadget กัน
นี่เป็นเครื่องมือที่คุณสามารถใช้เรียกดูข้อมูล เช่น สภาพอากาศ หรือข่าวสารสำคัญต่างๆ ได้ผู้ที่ใช้ Windows Vista มาก่อนจะสังเกตเห็นว่าตอนนี้ไม่มีแถบด้านข้างแล้ว
คุณสามารถวาง Gadget ไว้ที่ใดก็ได้ แต่คุณจะต้องคลิกอะไรบางอย่างก่อน
คลิกขวาที่เดสก์ท็อป แล้วคลิก "Gadgets" จากนั้นคุณก็สามารถลากไปวางที่ใดก็ได้ตามต้องการ
เมื่อคุณต้องการจัดระเบียบไฟล์และโฟลเดอร์ที่เปิดอยู่บนเดสก์ท็อป
เมื่อคุณลากหน้าต่างที่เปิดอยู่ไปที่ขอบของเดสก์ท็อป
คุณอาจรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย เพราะตอนนี้หน้าต่างได้ยึดติดกับของเดสก์ท็อปเรียบร้อยแล้ว ทีนี้ลองลากอีกหน้าต่างหนึ่งไปที่ด้านใดด้านหนึ่งหรือด้านตรงข้าม
ทันทีที่เมาส์แตะด้านข้างของเดสก์ท็อป หน้าต่างก็จะยึดติดกับขอบด้านนั้นในลักษณะครึ่งหน้าจอ เมื่อคุณลากอีกครั้ง หน้าต่างนั้นก็จะกลับมาเป็นขนาดเดิม วิธีนี้มีประโยชน์มากเมื่อต้องการเปรียบเทียบไฟล์สองไฟล์ หรือเมื่อต้องการย้ายไฟล์ไปมาระหว่างสองโฟลเดอร์ คุณสามารถวางเอกสารยาวๆ หรืออีเมลชิดขอบในแนวตั้งเพื่อให้อ่านง่ายขึ้นได้ เพียงแค่ปรับขนาดของหน้าต่างไปทางด้านบนหรือด้านล่างของเดสก์ท็อป
นอกจากนี้ คุณยังสามารถขยายหน้าต่างให้เต็มจอได้ โดยลากหน้าต่างนั้นไปที่ด้านบนของเดสก์ท็อป เมื่อคุณเปิดหน้าต่างไว้บนเดสก์ท็อปมากเกินไป ให้ลองใช้วิธีนี้เพื่อย่อหน้าต่างอื่นให้เหลือเพียงหน้าต่างเดียว
คลิกที่ด้านบนสุดของหน้าต่าง แล้วเขย่าหน้าต่างนั้นโดยลากเมาส์ไปมาเร็วๆ
หน้าต่างอื่นๆ ทั้งหมดที่เปิดอยู่จะย่อลง แล้วเมื่อคุณเขย่าอีกครั้ง ทุกอย่างก็จะกลับขึ้นมาเหมือนเดิม
ยังมีต่อ...โปรดติดตามตอนต่อไป
อ่านตอนเก่า สอนใช้งาน Windows 7 สำหรับมือใหม่